ขนมตะโก้เผือก

ขนมตะโก้เผือก หวานมันหอมอร่อย…ทำกินง่ายทำขายคล่อง

ขนมตะโก้เผือก

ขนมตะโก้เผือก คือขนมไทยที่มีส่วนผสมหลักเป็น แป้ง, กะทิ, น้ำตาลทราย ตามฉบับขนมไทยแท้ เนื้อขนมแบ่งเป็นสองส่วน ส่วนล่างเป็นเนื้อแป้งผสมกับเนื้อผักหรือผลไม้ อาทิ เผือก, แห้ว, สาคู รสชาติหวานมัน ส่วนบนราดด้วยน้ำกะทิเคี่ยวรสชาติเค็มเล็กน้อย เมื่อทานด้วยกันยิ่งเข้ากันแบบสุด ๆ ผสานกับกลิ่นหอมอ่อน ๆ อย่างมะลิหรือใบเตยยิ่งชวนให้น่าลิ้มลองยิ่งนัก เป็นขนมที่ทำไม่ยาก มือใหม่ก็สามารถทำได้ ถ้าอยากลองหัดทำแล้วล่ะก็…เรามาลุยไปพร้อม ๆ กันดีกว่าค่า 

มาเตรียมวัตถุดิบทำ ขนมตะโก้เผือก สูตรเด็ด การันตีความอร่อยสุดตัว

ขนมตะโก้เผือก

ส่วนผสมและวัตถุดิบ เมนูขนมตะโก้เผือก

ส่วนผสมตัวขนม

  1. เผือก 500 กรัม
  2. น้ำตาลทราย 200 กรัม
  3. แป้งข้าวเจ้า 130 กรัม
  4. แป้งมัน 20 กรัม
  5. น้ำสะอาด 900 มิลลิลิตร
  6. สีผสมอาหาร สีม่วง 

ส่วนผสมสำหรับหน้าขนมตะโก้เผือก 

  1. หัวกะทิ 500 มิลลิตร
  2. น้ำสะอาด 200 มิลลิลิตร
  3. น้ำตาลทราย 100 กรัม 
  4. แป้งข้าวเจ้า 50 กรัม 
  5. แป้งมัน 15 กรัม
  6. เกลือ 1 + 1/2 ช้อนชา 
  7. เผือก 100 กรัม

ขั้นตอนทำขนมตะโก้เผือก

สูตรตะโก้เผือก

  1. เตรียมชามผสม ใส่แป้งมัน แป้งข้าวเจ้า น้ำสะอาด คนให้แป้งกับน้ำเป็นเนื้อเดียวกัน
  2. กรองแป้ง
  3. นำขึ้นตั้งไฟอ่อน คนไปทางเดียวกันอย่างต่อเนื่อง ใส่สีผสมอาหารสีม่วง
  4. คนต่อเนื่องจนแป้งเริ่มเป็นสีใส ใส่น้ำตาลทรายตามชอบ คนให้เข้ากัน กวนจนแป้งใส ถ้าแห้งเกินไปให้เติมน้ำสะอาดลงไป จากนั้นลองชิมเพื่อปรับรสชาติ
  5. ใส่เผือกนึ่งหั่นเต๋าเล็ก ๆ ลงไปกวนให้เข้ากัน จากนั้นปิดไฟยกลง
  6. นำพิมพ์มาเรียง จากนั้นตักหยอดประมาณครึ่งถ้วย (ต้องตักตอนที่ร้อนอยู่)

ทำหน้าขนม

  1. เตรียมชามผสม ใส่น้ำสะอาดลงไป ตามด้วยแป้งข้าวเจ้า แป้งมัน เกลือเล็กน้อย คนให้แป้งละลายดี
  2. ใส่หัวกะทิลงไป คนพอเข้ากัน
  3. กรองส่วนผสมด้วนตะแกรงตาถี่
  4. เอาตั้งไฟอ่อน กวนไปเรื่อย ๆ จนกะทิข้น เติมน้ำตาลทรายและเกลือตามความชอบ กวนต่อประมาณ 20 นาที
  5. นำไปหยอดหน้าขนมตอนที่ยังร้อนอยู่
  6. โรยหน้าด้วยเผือกหั่นเต๋า พร้อมเสิร์ฟ

ประโยชน์จากขนมตะโก้เผือก ขนมไทยเต็มเปี่ยมด้วยสารอาหารที่มีคุณค่า

ขนมตะโก้เผือกเป็นหนึ่งในขนมหวานยอดนิยมของไทยอีกชนิดหนึ่ง รสชาติหวานมันกลมกล่อมกำลังพอดี ตัดกับรสสัมผัสหนึบหนับตอนได้เคี้ยวตัวเผือกยิ่งเพิ่มความอร่อย นอกจากนั้นกลิ่นหอม ๆ ของกะทิที่ถูกเคี่ยวจนเดือดรสชาติเค็มนำเล็กน้อย ช่างเป็นการตัดกับรสหวานของเนื้อเผือกได้อย่างลงตัวพอดี

ชวนมารู้ประโยชน์ของ “เผือก” พระเอกหลักของขนมตะโก้เผือก

ตะโก้เผือก

“เผือก” เป็นพืชล้มลุกที่นิยมทานหัวที่อยู่ใต้ดิน สามารถนำมาประกอบอาหารได้ทั้งคาวหวาน รสชาติหวานมันและมีกลิ่นหอมเอกลักษณ์ นอกจากรสชาติดีแล้วเผือกยังเป็นพืชที่อุดมไปด้วยประโยชน์มากมาย ไม่ว่าจะเป็น ธาตุเหล็กและฟลูออไรด์ที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของกระดูกและฟัน ช่วยแก้อาการท้องเสีย บำรุงระบบการย่อยอาหารและการขับถ่าย และช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกายอีกด้วยล่ะ!

สูตรทำตะโก้สาคูข้าวโพดใบเตย ทำง่าย ลงทุนต่ำ ทำขายได้กำไรดี

ตะโก้เผือก

ลองทำขนมตะโก้เผือกกันไปแล้ว เปลี่ยนมาเมนูสาคูเคี้ยวเพลิน ตัดกับกะทิราดหน้าหอม ๆ อย่างตะโก้สาคูข้าวโพดใบเตยแสนน่ารับประทานกันดีกว่า บอกเลยว่าไม่ได้ทำยากอย่างที่คิด ที่สำคัญใช้ส่วนผสมน้อยและราคาถูก ใครอยากทำขายบอกเลยเลิศจ้า! 

วัตถุดิบและส่วนผสม

ส่วนผสมสาคู 

  1. น้ำเปล่า 1 ลิตร
  2. สาคูเม็ดเล็ก 250 กรัม 
  3. กลิ่นใบเตย 1/2 ช้อนชา 
  4. น้ำตาล 250 กรัม 
  5. ข้าวโพดหวานแบบสุก 250 กรัม 

ส่วนผสมหน้ากะทิ 

  1. กะทิ 500 กรัม 
  2. น้ำตาลทราย 1/3 ถ้วย 
  3. แป้งข้าวเจ้า 1/4 ถ้วย 
  4. เกลือป่น 1 ช้อนชา

วิธีการทำขนมไทย

  1. ใส่เม็ดสาคูลงในหม้อ แล้วตั้งไฟอ่อนถึงปานกลาง คนตลอดเวลาเพื่อไม่ให้ติดก้นกระทะ
  2. เติมกลิ่นใบเตยลงไป คนส่วนผสมให้เข้ากัน
  3. ใส่น้ำตาลทราย จากนั้นคนให้น้ำตาลละลาย
  4. เติมข้าวโพดหวานแบบสุกแล้วตามชอบ คนให้เข้ากัน
  5. ตักสาคูลงไปในพิมพ์ที่เตรียมไว้ พักไว้
  6. นำกะทิกับแป้งข้าวเจ้ามาคนให้ละลายเป็นเนื้อเดียวกัน
  7. กรองผ่านกระชอนเพื่อไม่ให้แป้งที่ไม่ละลายลงมาผสม
  8. นำไปตั้งไฟอ่อน คนตลอดเวลาให้เข้ากัน
  9. เมื่อกะทิเริ่มเดือด ใส่เกลือ น้ำตาลทรายขาว คนให้ส่วนผสมละลายเข้าด้วยกัน คนไปอีกสักพักจนกะทิเริ่มข้น ปิดไฟ 
  10. นำกะทิหยอดบนหน้าขนมตอนที่ยังร้อนอยู่
  11. พร้อมเสิร์ฟ

ประโยชน์มากมายเกินคาดจากขนมไทยโบราณ

สรรพคุณดีต่อร่างกายของ “ใบเตย” และ “ข้าวโพด”

ตะโก้เผือก

ถ้าหากจะยกให้พืชชนิดไหนเป็นนางเอกของวงการขนมไทย คงจะไม่นึกถึง “ใบเตยหอม” ไปไม่ได้ เพราะส่วนประกอบสำคัญที่ช่วยชูรสชาติและเพิ่มกลิ่นหอมสดชื่นก็ได้จากใบเตยนั่นเอง นอกจากนี้ใบเตยยังมีประโยชน์มาก เช่น เป็นยาบำรุงหัวใจ กระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ลดความเหนื่อยล้าเพิ่มความสดชื่นหลังการทำงานหนัก และช่วยดับพิษไข้

ข้าวโพดพืชสำคัญรสชาติหวานหอมก็นับเป็นอีกหนึ่งตัวชูโรงสำคัญเช่นกัน ในด้านโภชนการข้าวโพดนับเป็นแหล่งคาร์โบไฮเดรตที่ให้พลังงานให้แก่ร่างกาย เป็นแหล่งสารต้านอนุมูลอิสระช่วยไม่ให้เซลล์แก่และเสื่อม ต้านโรคมะเร็ง อีกทั้งยังมีปริมาณไฟเบอร์สูงดีต่อระบบย่อยอาหารและขับถ่าย ลดโอกาสเสี่ยงการเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้อย่างเห็นผล

เคล็ด(ไม่)ลับในการทำขนมตะโก้เผือก

ขนมตะโก้เผือกแม้จะเป็นของว่างที่ทำไม่ยาก เนื่องจากไม่ได้มีขั้นตอนที่ซับซ้อนหรือใช้เวลามากนัก แต่หากต้องการทำให้ดีที่สุด เราก็มีวิธีทําตะโก้เผือกโบราณที่ไม่ว่าจะทำกินเองที่บ้าน หรืออยากเปิดร้านขายขนมจัดเบรกก็สามารถนำไปใช้ได้ 

  1. การเลือกใบตองสำหรับนำมาพับเป็นกระทงใบตอง ควรเลือกส่วนที่อยู่ตรงโคนใบหรือกลางใบเท่านั้น เพราะเป็นใบที่ไม่อ่อนนัก พับแล้วกระทงอยู่ทรงสวย
  2. ตอนคนส่วนผสมต้องคนให้มีลักษณะใส ชิมแล้วไม่มีรสมันจึงถือว่าใช้ได้
  3. ตอนหยอดเนื้อแป้งหรือน้ำกะทิราดหน้าก็ควรหยอดตอนร้อน ๆ อย่ารอให้ขนมเซ็ตตัว เพราะจะทำให้หยอดได้ยากมากขึ้น

เป็นยังไงกันบ้างคะสำหรับสูตรทำขนมไทยที่เรานำมาฝากกันวันนี้ หวังว่าเพื่อน ๆ ที่รักในการเข้าครัวจะได้สูตรเด็ด ๆ ไปลองทำกันน้า ใครที่ชอบคอนเทนต์เกี่ยวกับการทำอาหารง่าย ๆ ไม่ใช่มือโปรก็ทำตามได้ไม่ยากแบบนี้ อย่าลืมติดตามทุกการเคลื่อนไหวของเว็บไซต์เราด้วยน้า

สนับสนุนโดย : https://gclubspecial168.com/